
ยอมรับเล่นเกมก็มีภัย ควรกำหนดให้อยู่ในความพอดี มั่นใจครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญ เชื่อปัจจัยทางสังคมช่วยสนับสนุนให้เด็กไม่หมกมุ่น จิตแพทย์แนะพ่อแม่เอาใจใส่ลูก อย่าดุด่าด้วยคำหยาบเมื่อทำความผิด…
ความเป็นห่วงของสังคมต่อประเด็นปัญหาและการติดเกมของเยาวชนไทยในปัจจุบัน ด้วยความสะดวกสบายจากการใช้เทคโนโลยี อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในการดำเนินชีวิต ทำให้หลายฝ่ายเกิดความวิตกและเร่งให้ผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงผลร้ายที่จะตามมา เนื่องจาก เกรงว่าจะเกิดความสูญเสียดังเช่น กรณีเด็กชายป.6 ฆ่าตัวตายโดยการกระโดดตึก เพียงเพราะถูกพ่อห้ามไม่ให้เล่นเกมส์ เรื่องดังกล่าว ส่งผลให้คนในแวดวงธุรกิจเกมออกมาชี้แจง เพื่อขอความเป็นธรรมจากสังคม ไม่ให้กล่าวโทษว่าเกม เป็นสาเหตุของเรื่องดังกล่าว..
นายอิศร์ เตาลานนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู ดิจิตอล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด แสดงทัศนคติว่า เกมเปรียบเสมือนสื่อประเภทหนึ่ง มีทั้งเกมที่ดีและไม่ดีปะปนกัน ภาครัฐและผู้ผลิต ควรมีความรับผิดชอบต่อสังคมโดยการจัดอันดับความรุนแรงของเกม ผู้ให้บริการก็ต้องให้ความรู้และความเข้าใจแก่ผู้เล่น อาจมีข้อความเตือนและดูแลข้อความแฝงต่างๆ ภายในเกม ขณะที่ครอบครัวจะต้องเป็นพื้นฐานที่ดี พ่อแม่ต้องมีเวลาดูแลลูกไม่ปล่อยให้ลูกอยู่กับคอมพิวเตอร์หรือเกมมากเกินไป บริษัทฯ จัดอันดับความรุนแรงในเกมโดยอิงจากอันดับสากลในต่างประเทศ ส่วนความรุนแรงที่ปรากฏในเกม อาทิ สีเลือด หรือภาพที่รุนแรง บริษัทฯ จะตัดส่วนดังกล่าวออก นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมทางสังคม เพื่อดึงเด็กออกจากการหมกมุ่นกับเกม ด้วยกิจกรรมการแข่งขันชิงรางวัล โดยเน้นที่เกมประเภท E-Sport
“เกมมักกลายเป็นจำเลยสังคม ทั้งที่เป็นเพียงความบันเทิงรูปแบบหนึ่งเท่านั้น นอกจากเกมก็ยังมีความรุนแรงที่แฝงมาในรูปแบบต่างๆ และสามารถเข้าถึงได้มากกว่าเกม อยากให้มองถึงเกมที่ดี บางเกมมีการจัดแข่งขันในระดับสากล ผู้เล่นบางคนได้รับแรงบันดาลใจจากการเล่นเกม ทำให้เกิดการฝึกฝนเพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้พัฒนาเกม ขณะที่ บางรายก็ได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการเล่นเกม” ผจก.ทั่วไป บ.ทรู ดิจิตอลฯ กล่าว
นายอิศร์ แสดงทัศนคติอีกว่า ปัญหาเด็กติดเกมถือเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันแก้ไข ในฐานะผู้ให้บริการ ทรูฯ ก็พยายามสร้างสรรค์และนำเสนอเกมที่ดีสู่ตลาด อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ ผู้ปกครอง และสังคมก็ต้องช่วยกันดูแล โดยเริ่มต้นที่ครอบครัวและโรงเรียน เพื่อปลูกฝังให้เด็กแยกโลกของเกมและความจริงออกจากกัน ในวัยเด็กของทุกคนต้องเคยผ่านการเล่นเกม แม้จะมีรูปแบบและวิธีการแตกต่างกันไปตามยุคสมัยก็ตาม ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รูปแบบของเกมเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่เคยเล่นหมากรุก ม้าก้านกล้วย ก็เปลี่ยนเป็นเกมคอมพิวเตอร์ เกมออนไลน์ ที่สามารถสอดแทรกทักษะและความรู้เข้าไปได้ ขณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเกมประเภทใดก็ต้องเล่นอยู่ในความพอดี ผู้เล่นควรสร้างกติกาในการบริโภคอย่างเหมาะสม เพื่อลดปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา
ด้าน นายเลิศชาย กันภัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แสดงความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวว่า นอกจากความสนุกสนานและเพลิดเพลิน บางเกมยังให้ความรู้และช่วยฝึกทักษะทางภาษา เช่น เกมเมเปิ้ลสตอรี่ของเอเชียซอฟท์ นอกจากนี้ บางเกมยังเป็นเกมที่สร้างสรรค์และให้ความบันเทิงโดยปราศจากความรุนแรง อาทิ เกมเศรษฐีออนไลน์ เกมออดิชั่น หรือเกมโกสต์ออนไลน์ ฯลฯ ส่งผลให้คนส่วนมากเริ่มมีทัศนคติที่ดีต่อเกมออนไลน์มากขึ้น อยากให้ทองว่าเกมเป็นเพียงความบันเทิงประเภทหนึ่ง ที่ควรได้รับการควบคุมและกำหนดให้มีการบริโภคอย่างเหมาะสม ผู้บริโภคควรกลั่นกรองความถูกต้องและเหมาะสมก่อนเล่น ขณะเดียวกัน ก็ควรใช้วิจารณญาณเพื่อเลือกบริโภคสิ่งที่ตนเองต้องการ
กก.ผจก. บมจ.เอเชียซอฟท์ฯ แสดงความเห็นต่อว่า แม้ปัจจุบัน ประเทศไทยจะยังไม่มีกฎหมายเพื่อบังคับหรือจัดอันดับความรุนแรงของเกมออนไลน์ แต่บริษัทฯ ก็มีการแนะนำ เพื่อเตือนและอธิบายถึงวิธีที่เหมาะสมในการเล่นเกม นอกจากนี้ ยังมีทีมดูแลความเหมาะสม เพื่อดูแลความเรียบร้อยของผู้เล่นในแต่ละเกม ขณะที่ การป้องกันและความรับผิดชอบต่อสังคม ก็ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้ผลิตเกมต้องกระทำควบคู่ไปกับการวางแผนและดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน พ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็ต้องชี้แจงและแนะนำลูก ว่าเกมใดควรหรือไม่ควรเล่น เนื่องจาก การจัดอันดับความรุนแรงของบริษัทผู้ผลิตเกมยังไม่เพียงพอ ทุกฝ่ายจึงควรร่วมมือและช่วยเหลือกัน
“ด้วยความเป็นบริษัทมหาชน เราจำเป็นต้องมีหลักธรรมาภิบาลในการควบคุม เอเชียซอฟท์จึงดำเนินธุรกิจตามหลักคุณธรรม โดยคัดเลือกสินค้าที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับเยาวชนมาจำหน่าย ขณะเดียวกัน ก็อยากฝากให้ผู้ปกครองได้ชี้แนะกับบุตรหลานของตน ถึงความเหมาะสมและถูกต้องในการเล่นเกมออนไลน์ด้วย เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือและช่วยเหลือกันจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง” นายเลิศชาย กล่าว
ส่วน พ.ต.ต.หญิงอัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล จิตแพทย์ทั่วไป และจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลตำรวจ ชี้แจงรายละเอียดและแสดงทัศนคติว่า เทคโนโลยีและความเจริญก้าวหน้าของวิวัฒนาการ ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เยาวชนมีรูปแบบความบันเทิงที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เคยวิ่งเล่น เล่นการละเล่นหรือของเล่นโบราณ ก็กลายเป็นเกมคอมพิวเตอร์ รวมถึง ปัจจัยต่างๆ อาทิ เด็ก ครอบครัว และสังคม เนื่องจาก การควบคุมของภาครัฐที่ยังไม่มีความชัดเจนเหมือนในต่างประเทศ หรือ การที่พ่อแม่ ผู้ปกครองบางครอบครัวตามใจลูกมาก จึงไม่สามารถควบคุมเด็กให้เชื่อฟังตนเองได้ และการที่เด็กต้องการให้กลุ่มเพื่อนยอมรับความสามารถของตนเอง
จิตแพทย์ฯ โรงพยาบาลตำรวจ ชี้แจงต่อว่า พฤติกรรมที่จะบอกให้รู้ว่าเด็กติดเกมหรือไม่นั้น สามารถพิจารณาได้หลายระดับ ได้แก่ การที่ไม่สามารถควบคุมการเล่นของตนเอง และอาการหมกหมุ่น คิดและพูดถึงแต่เรื่องเกม อยากเล่นเกมตลอดเวลา มีอาการคล้ายติดยาเสพย์ติด หากไม่ได้เล่นจะหงุดหงิดหรือโมโห บางรายเลือกที่จะเล่นเกม เพราะขาดเพื่อน ชอบเก็บตัว ไม่กล้าแสดงออก จึงนิยมเล่นเกมและใช้ชีวิตอยู่ในโลกความบันเทิงของเกมมากกว่าสังคมจริง ประกอบกับความสนุกและเพลิดเพลินภายในเกม เมื่อเล่นชนะคู่ต่อสู้หรือเพื่อน ยิ่งทำให้มีความภูมิใจมากขึ้น รู้สึกเหมือนเป็นการชดเชยความอ่อนแอหรือความไม่มั่นใจของตน นอกจากนี้ อาจมีสาเหตุมาจากอาการซึมเซา ปัญหาสมาธิสั้น และปัญหาการเข้าสังคม ฯลฯ
“อยากแนะนำให้พ่อแม่ป้องกันก่อนที่ลูกจะติดเกม ควรกำหนดกติกาการเล่นเกมหรือการใช้คอมพิวเตอร์อย่างชัดเจนร่วมกัน จะให้เล่นกี่ชั่วโมงก็ต้องตกลงและทำความเข้าใจกับลูกก่อน ทางที่ดีควรให้เล่นในวันหยุด ถ้าครั้งไหนที่ลูกเล่นเกินเวลาที่กำหนด ต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเองเมื่อทำผิดกฎ อาจงดให้เล่นเกมในครั้งถัดไปหรือเล่นเพียงครึ่งเวลา หากลูกปฏิบัติตามกฎที่ตกลงกันไว้ ควรชื่นชมลูกว่าทำดีทำถูกต้อง เด็กบางคนมีพฤติกรรมรุนแรง เนื่องจากต้องการเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ อยากให้พูดคุยกับตน ถ้าลูกติดเกมก็ไม่ควรห้ามเพราะอาจทำให้เด็กเกิดความรู้สึกต่อต้าน ควรให้กำลังใจ พูดคุยกันเพื่อหาทางแก้ไขด้วยเหตุผล โดยเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการหาทางออก อาจค่อยๆ ปรับลดเวลาในการเล่น หรือชวนลูกทำกิจกรรมอื่น เช่น เล่นดนตรี กีฬา เรียนพิเศษ เพื่อดึงความสนใจออกจากเกม” พ.ต.ต.หญิงอัญชุลี กล่าว
จิตแพทย์ฯ โรงพยาบาลตำรวจ แนะนำอีกว่า การแก้ปัญหาเด็กติดเกมนั้นทำได้ไม่ยาก แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ทั้งพ่อแม่ โรงเรียน สังคม และตัวเด็กเอง ต้องใช้ความเข้าใจเพื่อวางแผนและหาทางออกร่วมกัน โดยธรรมชาติ พบว่า เด็กจะกลัวครูมากกว่าพ่อแม่ อาจให้ครูบอกและอธิบายให้เด็กเข้าใจถึงอันตรายจากการติดเกม ว่าหากติดเกมแล้วจะมีโทษอย่างไร รวมทั้ง บอกวิธีควบคุมการเล่นของตนเองด้วย ปัจจุบัน มีผู้ปกครองขอรับคำปรึกษากรณีเด็กติดเกมเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะปล่อยให้เด็กติดเกมเป็นเวลานานจึงมาพบจิตแพทย์ ถือเป็นเรื่องที่ผิด เพราะการปล่อยให้เกิดการสะสมจะทำให้แก้ไขได้ยาก
พ.ต.ต.หญิงอัญชุลี ชี้แจงด้วยว่า ตำแหน่งวางคอมพิวเตอร์ถือเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ปกครองไม่ควรอนุญาตให้ลูกนำเข้าคอมพิวเตอร์เข้าไปวางในห้องนอนหรือที่ลับตา ควรตั้งไว้ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน เพื่อสะดวกในการดูแลว่าลูกกำลังทำอะไร อาจวางนาฬิกาไว้ใกล้ๆ หากกำหนดเวลาการเล่น หรือใช้โปรแกรมช่วยบันทึกรายละเอียดในการใช้เครื่อง นอกจากนี้ พ่อแม่จะต้องเข้าใจและมีสัมพันธภาพที่ดีต่อลูก เพื่อชักจูงใจให้เด็กเชื่อฟังและคล้อยตาม ไม่ควรใช้คำพูดที่รุนแรงกว่าเหตุตำหนิลูก เนื่องจาก อาจทำให้เด็กประชดพ่อแม่ด้วยการประพฤติตนไม่เหมาะสม
เมื่อผู้เกี่ยวข้องในแวดวงธุรกิจเกมออนไลน์และผู้เชี่ยวชาญที่เป็นตัวแทนจากภาคสังคม ได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาเยาวชนติดเกมในทิศทางเดียวกันคือ ใช้ความร่วมมือของทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกที่ชัดเจน โดยขอให้เริ่มต้นจาก ครอบครัว สังคมเล็กๆ ที่มีความใกล้ชิด และทรงอิทธิพลที่สุดต่อทุกชีวิต ก่อนจะขยายความเข้าใจอื่นไปสู่สังคมในระดับที่ใหญ่ขึ้นตามลำดับ
ขณะที่ผู้ประกอบการต่างขานรับและประกาศความพร้อม เพื่อให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและสังคม โดยเริ่มต้นด้วยการลดความรุนแรงภายในเกม และจัดอันดับความรุนแรง เพื่อเป็นสัญญาณเตือนขั้นแรกแก่ผู้เล่น ว่าเกมใดเหมาะสมกับผู้เล่นในวัยใด และต้องยอมรับว่าสังคมไทยยังมีครอบครัวที่ละเลยและขาดความเอาใจใส่ลูก
นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการบางรายที่ไม่คำนึงถึงความถูกต้อง ยังคงสรรหาเกมที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมมาสร้างความบันเทิงให้แก่ลูกค้า ที่เป็นเพียงเยาวชนตัวเล็กๆ เป็นอนาคตของชาติ ที่อยู่ในวัยเดียวกับลูกหลานของตนเอง…
ปิยุบล ตั้งธนธานิช
itdigest@thairath.co.th
ที่มา ไทยรัฐ