blogger counters

Kington : รายได้คิงส์ตันปี52 ทะลุ 4.1พันล้านเหรียญ

เพิ่มขึ้น 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบจากปี 2551 เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น  ยอดขายรวมสูงสุดเป็นปีที่สอง สวนกระแสเศรษฐกิจซบเซา…

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทคิงส์ตัน เทคโนโลยี คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลกเผยตัวเลขรายได้ทั่วโลกในปี 2552 ทะลุไปถึง 4,100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้น 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เทียบจากปี 2551 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากราคาขายโดยเฉลี่ยที่สูงขึ้น ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มากขึ้นของบรรดาองค์กร และผู้ใช้งานทั่วไป รวมถึงการที่คิงส์ตันได้เข้าสู่ตลาดโซลิดสเตทไดรฟ์ (SSD) สำหรับรายได้ที่เพิ่มขึ้นในครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากในปี 2551 ที่เกิดสภาวะสินค้าชิปล้นตลาด ขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกกลับอ่อนตัวลงจนนำไปสู่ภาวะถดถอย ในภาคอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ

นายจอห์น ตู ผู้ก่อตั้งร่วม บริษัทคิงส์ตัน กล่าวว่า ตลาดผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ ได้มองเห็นถึงการฟื้นตัวทางการเงินในปีที่แล้ว เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอื่นๆ จำนวนมาก และคิงส์ตันเองก็ได้รับประโยชน์จากราคาที่เพิ่มขึ้นทั่วไปในตลาด DRAM และหน่วยความจำแบบแฟลช นอกจากนี้ เรายังได้ขยายสายผลิตภัณฑ์ของคิงส์ตัน เมื่อบริษัทฯ ได้เข้าสู่ตลาด SSD ในช่วงต้นปี 2552 และภายใน 12 เดือน ก็สามารถสร้างรากฐานที่มั่นคงในตลาดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้ได้

ด้าน นายเดวิด ซัน ผู้ก่อตั้งร่วม บริษัทคิงส์ตันฯ กล่าวว่า ในเวลาเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว เราต้องประคองตัวให้อยู่รอดในปีที่ย่ำแย่ แต่โชคดีที่ มีโอกาสจับจังหวะที่ดีๆ ได้ในระหว่างทางที่คิงส์ตันดำเนินงานอยู่ พวกเราทุกคน ทั้งจากการสนับสนุนของพนักงาน หุ้นส่วน ผู้ค้าและลูกค้าทั้งหมด  สามารถผ่านพ้นไปได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และก็มองเห็นถึงวันที่ดีกว่าที่รออยู่ข้างหน้า จึงรู้สึกมีความสุขมากที่สามารถมายืนที่จุดนี้ได้

สำหรับตัวเลขรายได้ในปี 2552 แสดงให้เห็นถึงปีที่คิงส์ตันมีรายได้รวมสูงสุดเป็นปีที่สอง นับตั้งแต่ที่บริษัทได้เริ่มดำเนินกิจการในเดือนตุลาคม ปี 1987 โดยปีที่คิงส์ตันมีรายได้รวมสูงสุดคือปี 2551 โดยตัวเลขรายได้อยู่ที่ 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิงส์ตันสามารถทำยอดขายได้ทั่วโลกทะลุถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในปี 1995 จากนั้นก็พุ่งขึ้นเป็น 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2548 และ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2549

ก่อนหน้านี้ คิงส์ตันได้เปิดตัว ยูเอสบี แฟลชไดรฟ์รุ่น  DataTraveler 5000 ใช้เทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลที่จดสิทธิบัตรแล้วของ SPYRUS  สนับสนุนการเข้ารหัสระดับฮาร์ดแวร์ในระบบ AES-XTS แบบ 256 บิต รวมถึงข้อกำหนดในเข้ารหัสลับ Suite Bและ ECC ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา และกระทรวงกลาโหมได้ทำการคัดเลือกและอนุมัติมาตรฐาน Suite Bเป็นการเฉพาะเจาะจง สำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีการใช้ข้อมูลร่วมกันข้ามประเทศ  รวมถึงการใช้งานข้อมูล ทั้งที่เป็นความลับของทางราชการ และไม่เป็นความลับ โหมด XTS-AES คือโหมดการเข้ารหัสแบบ cipher สำหรับการเข้ารหัสที่แน่นหนากว่าโหมด CBC, ECB และโหมดอื่นๆ

สำหรับ SPYRUS Inc. คือ บริษัทผู้นำในการพัฒนาการเข้ารหัสในระดับฮาร์ดแวร์ขั้นสูง การพิสูจน์ตัวตน และผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลดิจิตอล โดยมาตรฐานการรับรอง FIPS 140-2 กำหนดให้มีกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ที่จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Institute of Standards and Technology : NIST) นับว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากหน่วยงานของรัฐบาลในสหรัฐอเมริกา หลายแห่งระบุว่า “ข้อมูลที่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง” โดยเป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหว (หมายถึงข้อมูลทั้งหมดที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่าย) จะต้องได้รับการเข้ารหัสตามมาตรฐาน FIPS 140-2

ส่วน Level 2 หมายความว่า DataTraveler 5000  มีสติ๊กเกอร์ป้องกันการเปิดก่อน (tamper-evident) ใช้ติดเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้ได้ทราบว่าไดรฟ์ของตนได้ถูกผู้อื่นเปิดใช้งานมาก่อนหรือไม่ ไดรฟ์นี้ยังมีระบบทดสอบตัวเองตอนเปิดใช้งาน โดยจะตรวจสอบว่ากลไกการเข้ารหัสทำงานอย่างถูกต้องหรือไม่ ในแต่ละครั้งที่เสียบไดรฟ์ลงในพอร์ต USB และเป็นที่คาดว่าแฟลชไดรฟ์รุ่นนี้จะได้รับการรับรองตามมาตรฐาน FIPS 140-2 Level 3 ในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ DataTraveler 5000 มีจำหน่ายในระดับความจุ 4 ขนาดได้แก่ 2, 4, 8 และ 16GB และยังมาพร้อมกับโปรแกรมการสแกนมัลแวร์ที่ติดตั้งมากับตัวไดรฟ์ ผ่านโปรแกรมการกำหนดเองแบบครอบคลุมของคิงส์ตัน

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์  10 กุมภาพันธ์ 2553

Leave a Reply