Kaspersky : แคสเปอร์สกี้ ทำนายอาชญากรรมไซเบอร์ปี53

สรุปภัยคุกคาม ระบุ แมคโอเอส ไอโฟน จ่อคิวโดนถล่ม เช่นเดียวกับกูเกิ้ลแอนดรอยด์ ที่จะโดนรับน้อง ขณะที่ผู้ใช้เจอหลอกดาวน์โหลดแอนตี้ไวรัสปลอม…
ในปี 2550 นักวิเคราะห์ของบริษัทได้พยากรณ์ว่าอาชญากรรมทางโลกไซเบอร์จะเพิ่มจำนวนและลุกลามไปทั่วโลก โชคร้ายที่พยากรณ์นั้นมาเป็นจริงในปี 2551 เห็นได้จากหลักฐานการเข้าคุกคามโดยมัลแวร์ประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รูทคิท หนอนคิโด้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ คอนฟิคเกอร์ การโจมตีเว็บไซต์ และบ็อทเน็ต เอสเอ็มเอสหลอกลวง และ การโจมตีผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ดังนั้น ในปี 2553 นี้ ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตจะสามารถคาดหวังอะไรได้บ้าง
ผู้เชี่ยวชาญของบริษัทแคสเปอร์สกี้ระบุว่า ในปี2553 เป็นปีของการโจมตีด้วยยุทธวิธีแบบหลอกล่อ ผ่านเว็บไซต์, แอพพลิเคชั่น รวมทั้งผ่านเครือข่ายการใช้ไฟล์ข้อมูลร่วมกัน (File-Sharing Network) ในปีที่ผ่านมา รูปแบบการโจมตีของ มัลแวร์เหล่านี้จะแพร่ระบาดผ่านไฟล์ไม่พึงประสงค์ ซึ่งกระจายตัวไปตามช่องทางต่างๆ ซึ่งเป็นวิธีแพร่ภัยคุกคามที่เป็นมหันตภัยใหญ่หลวง เช่น TDSS, ไวรัส รวมทั้ง การเจาะ Mac OSX ครั้งแรก ดังนั้น ในปี 2553 นี้ แคสเปอร์สกี้คาดว่ารูปแบบการโจมตีจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นบนเครือข่ายประเภท P2P [Peer to Peer] ที่เป็นช่องทางที่เหล่าอาชญากรไซเบอร์จะเข้าแย่งชิงกัน เพื่อที่จะทำตัวเองให้ดูเสมือนถูกกฎหมาย

รายงานวิเคราะห์ของแคสเปอร์สกี้ ระบุว่า แนวทางของอาชญากรไซเบอร์ระดับโลกในยุคนี้ต้องอาศัยบอทเน็ตเพื่อสร้างช่องทางหาเงินจากโลกออนไลน์ จนเกือบจะเป็นแหล่งบริการในตลาดมืดที่แข่งกันใช้บอทเน็ตเป็นช่องทาง ในอนาคตเราเล็งเห็นการปรากฏของช่องทางการทำธุรกิจแบบใหม่ที่อยู่ในตลาดมืด มีลักษณะกำกวมเป็น “grey“ schemes ใช้การแพร่ระบาดของบ็อทเน็ต เรียกว่า พาร์ทเนอร์โปรแกรม ที่ทำให้เจ้าของบอทเน็ตได้กำไรจากสิ่งที่ตนเองทำ เช่น ส่งสแปม โจมตี DDoS หรือสร้างมัลแวร์ที่ไม่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นอาชญากรรม
รายงานวิเคราะห์ของแคสเปอร์สกี้ ระบุต่อว่า การลดลงของโทรจันในปี2552 ดูเหมือนว่าจะกลับมาใหม่ ในโฉมหน้าแอนตี้ไวรัสปลอมในปี2553 แอนตี้ไวรัสปลอมปรากฎครั้งแรกในปี2550 และ เห็นได้ชัดในปี 2552 โดยเกี่ยวโยงกับจำนวนการแพร่ระบาดขนานใหญ่ทั่วโลก เช่น หนอนคิโด้ที่แฝงเข้ามาติดตั้งแอนตี้ไวรัสปลอมในคอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัส ขณะนี้ ตลาดแอนตี้ไวรัสปลอมเกิดการอิ่มตัวและกำไรสำหรับอาชญากรกลุ่มนี้เริ่มลดลง
รายงานวิเคราะห์ของแคสเปอร์สกี้ ระบุด้วยว่า นอกจากนี้บริษัทที่ทำโซลูชั่นด้านความปลอดภัย และ สำนักงานบังคับใช้กฎหมาย ต่างจับตามองกิจกรรมต่างๆ ของอาชญากรเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพิ่มความยากลำบากในการสร้างแอนตี้ไวรัสปลอมมากขึ้น จากความตระหนักและการรับมือดังกล่าว มัลแวร์จึงต้องเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้นในปี2553 และโปรแกรมแอนตี้ไวรัสหลายๆ ค่ายจะรักษาความปลอดภัยให้เครื่องที่ติดไวรัสได้น้อยลง เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมัลแวร์และรูทคิท ทั้งหลาย นั่นเอง
นายอเล็กซ์ โกเทฟ ผู้อำนวยการ ทีมวิจัยและวิเคราะห์ระดับโลก แคสเปอร์สกี้ แลป กล่าวว่า เวนเดอร์โซลูชั่นเพื่อความปลอดภัยจะต้องพัฒนารูปแบบ ทิศทางในการป้องกันให้ซับซ้อนมากขึ้น เพื่อรับมือกับเทคโนโลยีมัลแวร์ อย่างไรก็ตาม ความสามารถของโปรแกรมมัลแวร์ในการดื้อยายังคงอยู่ไม่มากก็น้อย เนื่องจากในบางคราวก็พบช่องโหว่ที่ได้รับการยกเว้น จากโปรแกรมแอนตี้ไวรัส

แคสเปอร์สกี้ อเล็กซ์ โกเตฟ
ผอ.ทีมวิจัยและวิเคราะห์ฯ แคสเปอร์สกี้ กล่าวต่อว่า การโจมตีเว็บไซต์Google Wave ดูเหมือนว่าจะขึ้นพาดหัวทุกฉบับในปีนี้ การโจมตีบริการใหม่ของกูเกิ้ลเป็นรูปแบบที่ใช้กันอยู่เป็นประจำ เริ่มแรกคือ ส่งสแปม ตามด้วยใช้ฟิชชิ่งโจมตี จากนั้นก็หาประโยชน์ใส่ตัวจากช่องโหว่ แล้วปล่อยมัลแวร์เข้ารุก ส่วนแผนที่จะใช้ Chrome OS นั้นน่าสนใจ แต่ผู้เชี่ยวชาญจากแคสเปอร์สกี้ แลป ไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก อย่างไรก็ตามปีนี้จะเป็นช่วงลำบากสำหรับแอปเปิ้ล ไอโฟน (Apple iPhone) และ Android แน่นอน ทั้งนี้โปรแกรมประสงค์ร้ายตัวแรกที่โผล่มาในปี2552 เป็นสัญญานชัดเจนที่บอกว่า iPhone และ Android ไปกระตุ้นความสนใจอาญชญากรไซเบอร์เข้าแล้ว
นายโกเทฟ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันผู้ใช้ iPhone เสี่ยงกับการถูกโจมตี ถ้าเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เป็นอันตรายแต่ผู้ใช้กูเกิ้ล แอนดรอยด์ (Google Android Phone) โฟนเต็มไปด้วยช่องโหว่ที่ง่ายต่อการโจมตี การใช้โทรศัพท์มือถือระบบ Android ที่กำลังเพิ่มความนิยมอย่างรวดเร็วในประเทศจีน ประกอบกับการขาดประสิทธิภาพ ในการตรวจสอบความปลอดภัยของแอพลิเคชั่นจากมือที่ 3 ที่เข้ามาพัวพัน คือ สาเหตุที่ทำให้มัลแวร์ระบาดอย่างรวดเร็ว
ผอ.ทีมวิจัยและวิเคราะห์ฯ แคสเปอร์สกี้ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามการป้องกันช่องโหว่ใหม่จะยังเหลือสาเหตุหลักของการแพร่ระบาดอยู่ ช่องโหว่เหล่านี้จะถูกป้องกันทั้งจากซอฟต์แวร์ที่ได้รับการพัฒนา ทั้งจากผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ เช่น Adobe, Apple และจาก Windows7 ระบบปฏิบัติการใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด ถ้าการป้องกันช่องโหว่เหล่านี้เป็นไปอย่างราบเรียบไร้ปัญหา ปี2553 นี้คงจะเป็นปีที่เงียบสงบที่สุดเลยทีเดียว
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ 3 มีนาคม 2553