Humanoid หรือ แอสโตรบอย…หุ่นยนต์สั่งได้

ย้อนกลับไปในอดีต ราวปี พ.ศ. 2495 คนญี่ปุ่นได้รู้จักกับ “แอสโตรบอย” หรือ หุ่นยนต์ “Humanoid” ตัวแรกที่ถึงแม้ว่าในขณะนั้นจะเป็นแค่จินตนาการในหนังสือการ์ตูนก็ตาม…
หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2516 เราก็ได้ยลโฉมหุ่นยนต์ Humanoid (หุ่นยนต์คล้ายคน) ตัวแรก ที่มีชื่อว่า Wabot 1 ซึ่งพัฒนาโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวาเซดะ ประเทศญี่ปุ่น ถึงแม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะยังไม่คล้ายมนุษย์ก็ตาม แต่โครงสร้างของร่างกายก็มีลักษณะคล้ายมนุษย์มากที่สุดในยุคนั้นเลยทีเดียว
ถ้าว่าในเรื่องความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์นั้น คงต้องยกให้ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นชาติที่ทุ่มงบประมาณในการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาในเรื่องนี้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ธรรมดาที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรมหรือหุ่นยนต์ Humanoid ที่ถูกตั้งเป้าหมายให้มีความสามารถในการทำงานหลาย ๆ อย่างได้ใกล้เคียงกับมนุษย์ และจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต
ปัจจุบันนี้เราจึงได้เห็นหุ่นยนต์ Humanoid ที่ใกล้เคียงกับจินตนาการของมนุษย์เราในอดีตกันบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ ASIMO ของบริษัท Hon da หรือ หุ่นยนต์ Qrio ของบริษัท SONY ที่มีรูปร่างและการเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้นอย่างน่าทึ่ง
แม้ว่าเทคโนโลยีทางด้านหุ่นยนต์ โดยเฉพาะหุ่นยนต์ Humanoid ของประเทศทางฝั่งยุโรปหรืออเมริกาจะยังตามหลังประเทศญี่ปุ่นอยู่ก็ตาม แต่ก็มีความพยายามที่จะทุ่มเทงบประมาณเพื่อการวิจัยในด้าน หุ่นยนต์ Humanoid กันมากขึ้น ทั้งนี้ได้เล็งเห็นแล้ว ว่ามูลค่าทางการตลาดของมันจะมีสัดส่วนมากขึ้นในอนาคต
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Washington ประเทศสหรัฐอเมริกา มีโครงการที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ Humanoid ที่นอกจากจะสามารถเคลื่อนไหวและตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ใกล้เคียงกับมนุษย์แล้ว ยังสามารถที่จะถูกสั่งการได้โดยตรงจากความคิดของมนุษย์ นั่นคือเราสามารถสั่งหุ่นยนต์ได้โดยตรงจากความคิดในการที่จะให้หุ่นยนต์ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแทนเรา
การทดลองในระยะแรกมีขึ้นโดยการใช้เทคนิคการตรวจคลื่นสมอง (Electroencephalo graphy – EEG) ที่ใช้อยู่ในวงการแพทย์มาใช้เป็นสื่อในการส่งคำสั่งจากสมองของมนุษย์ไปยังหุ่นยนต์
การทดลองมีขึ้นโดยใช้หมวกซึ่งออกแบบเป็นพิเศษที่ประกอบด้วยขั้วไฟฟ้า 32 ขั้ว ซึ่งคลื่นไฟฟ้าจากสมองของเราจะถูกส่งไปประมวลผลโดยคอมพิวเตอร์ผ่านทางขั้วไฟฟ้าเหล่านี้ เพื่อสั่งให้หุ่นยนต์ทำงาน โดยในระยะแรก เป้าหมายของการทดลองคือการที่หุ่นยนต์สามารถเดินไปยังเป้าหมายที่ต้องการ หยิบจับวัตถุสิ่งของที่ต้องการโดยมีรูปทรงไม่ซับซ้อนมากนัก และสามารถนำวัตถุนั้นไปวางยังสถานที่เป้าหมายได้
ทั้งนี้คลื่นสมองของคนเรา ยามที่ต้องเผชิญกับการตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในขณะนี้นักวิจัยสามารถแยกแยะความแตกต่างของคลื่นไฟฟ้าที่ออกมา เมื่อมนุษย์เรากำลังตัดสินใจในเรื่องที่ไม่สลับซับซ้อนมากนัก อย่างเช่นการเลือกที่จะเดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวกลับ หรือการตัดสินใจเลือกวัตถุที่ต้องการหยิบจับ โดยเมื่อคอมพิวเตอร์นำคลื่น สมองไปประมวลผลเพื่อเทียบกับรูปแบบของคลื่นไฟฟ้าที่ได้ทำการทดลองเก็บข้อมูลไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ก็จะส่งคำสั่งไปยังหุ่นยนต์ให้ทำหน้าที่อย่างที่กล่าวมาข้างต้น นั่นเอง
ผลจากการทดลอง หุ่นยนต์สามารถปฏิบัติตามคำสั่งที่กำหนดโดยมีความถูกต้องแม่นยำถึง 94 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูง เพราะว่าการใช้คลื่นสมองจากเทคนิค EEG ในการสั่งการหุ่นยนต์ถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างยาก (อย่างน้อยก็ในปัจจุบัน) เพราะว่ามีปัจจัยรบกวนค่อนข้างมาก ต่างจากการฝังขั้วไฟฟ้าเข้าไปยังส่วนที่เป็นสมองโดยตรง ซึ่งจะได้รูปแบบของสัญญาณที่มีความละเอียดมากกว่า อันจะทำให้หุ่นยนต์สามารถรับคำสั่งที่ซับซ้อนกว่าเดิมได้มากขึ้น
นักวิจัยคาดว่า หุ่นยนต์ Humanoid ที่สามารถสั่งการได้จากคลื่นสมองของคนเราจะสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการด้านต่าง ๆ ให้สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนปกติ โดยมีหุ่นยนต์เป็นผู้ช่วยทำหน้าที่แทนงานหลาย ๆ อย่างที่ต้องทำในกิจวัตรประจำวัน
แต่ที่น่ากลัวก็คือว่า ถ้าเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้โดยบรรดาพวกที่มีความคิดแย่ ๆ แล้ว มันคงวุ่นวายพิลึก ก็อย่างนี้แหละครับ เทคโนโลยีมีสองด้านเสมอ…
สุวัฒน์ เจริญผล
