AIS : เอไอเอสไม่เปลี่ยนแผนธุรกิจ พร้อมสู้ต่อในกระบวนการศาล

ยืนยันไม่เกี่ยวกับคำพิพากษา ถือเป็นเรื่องของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ห่วงเปลี่ยนระบบสัมปทาน-หุ้นตก เผยเป็นการตัดสินใจของนักลงทุน…
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยถึงกรณีศาลพิพากษาตัดสินยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 4.6 หมื่นล้าน ว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นคำพิพากษาสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ซึ่งยืนยันว่าทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากการนำคำพิพากษาและความเห็นต่างๆ มาใช้เพื่อหวังผลดำเนินการบางอย่างแก่บริษัทฯ
“ขณะนี้ บริษัทฯ ยังไม่ประเมินความเสียหายใดๆ เพราะไม่ใช่คำตัดสินของศาล หากมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น เราก็จะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตน ส่วนเรื่องที่เป็นปัญหา 3 กรณี อาทิ ระบบพรีเพด สรรพสามิตร และโรมมิ่งนั้น เอไอเอสมีการประเมินเรื่องดังกล่าว รวมทั้งจัดหาและรวบรวมรายละเอียดมานานแล้ว ทั้งนี้ ยังไม่มีหน่วยงานใดติดต่อหรือขอเจรจากับบริษัทฯ แต่อย่างใด”
ส่วนการโรมมิ่ง 5 หมื่นเลขหมายกับบริษััท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัทฯ ก็จะดำเนินการต่อไปตามแผนที่วางไว้ โดยไม่เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจและลูกค้าแต่อย่างใด หากจะต้องกลับไปใช้รับบสัมปทานเดิมก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีระยะสัมปทานอีก 5 ปีจึงยังไม่มีการประเมินสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีแผนเตรียมรับมือเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเกรงจะกระทบกับคำพิพากษาของศาลและอาจทำให้เสียรูปประเด็น
“หากมีการประมูลใบอนุญาต 3G ได้จริงภายใน 3 เดือน บริษัทฯ ก็พร้อมดำเนินการตามกฎระเบียบที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ประกาศ เพราะเราก็รอมานานหลายปีแล้ว ส่วนกรณีหุ้นตกนั้น ถือเป็นเรื่องที่อยู่ในการตัดสินใจของผู้ลงทุน เนื่องจากบริษัทฯ ได้ชี้แจงข้อมูลอย่างครบถ้วนแล้ว” นายวิเชียร กล่าว
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ 5 มีนาคม 2553