blogger counters

SIPA : 2 ตัวเก็งผอ.ซิป้า เห็นพ้องอุตฯซอฟต์แวร์มีโอกาสโตในวิกฤต


นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ

รอม และนาวาตรีวุฒิพงศ์ 2 ตัวเก็งผู้เข้าชิงตำแหน่งผอ.ซิป้า คาดอุตฯ ซอฟต์แวร์ มีโอกาสเติบโตสวนกระแสการเมืองไทย เล็งพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ขณะที่ รอสมาคมอุตฯซอฟต์แวร์ประชุมประเมินมูลค่าความเสียหายวันที่ 24 พ.ค.53…  

นายรอม หิรัญพฤกษ์ อดีตรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารและจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินภาพรวมความเสียหายของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ได้ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูล เพียงแต่รู้ว่ากระทบในหลายลักษณะ เพราะการส่องออกซอฟต์แวร์ ในประเทศไทยไม่ได้มีมากนัก ส่วนความไม่มั่นคงในประเทศไทย อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งในการเลือกเอาท์ซอสมาใช้งาน

อดีตรองผู้อำนวยการศูนย์บริหารและจัดการเทคโนโลยี สวทช. กล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะเป็นวิกฤตแต่ก็ยังมีโอกาสอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ แม้ว่าเบื้องต้น อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์กระทบ แต่ถ้าพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสก็มีความเป็นไปได้ที่จะเรียกความน่าเชื่อถือต่างประเทศได้ อีกทั้ง ยังประเมินความเสียหายออกมาเป็นตัวเลขไม่ได้ เพราะผู้ที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ยังไม่มีใครแสดงออกมาก

***********************นายรอม หิรัญพฤกษ์

นายรอม กล่าวด้วยว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ต้องอาศัยการเยียวยา ส่วนผลกระทบของจีดีพี ซอฟต์แวร์โดยตรงที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์มีน้อยมาก แต่เป็นตัวที่จะส่งเสริมกิจกรรมอย่างอื่นที่นำไอทีมาใช้ให้มีศักยภาพที่สูงขึ้น และขยายงานได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องปรับเป้าจากเดิม พร้อมทั้งประเมินสถานการณ์ควบคู่กันด้วย อีกทั้งภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องควรจะร่วมมือกัน                 

ด้านนาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวว่า จากสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมความเสียหาย ดิจิตอลมีเดีย และความต้องการในประเทศหายไปมหาศาล ขณะเดียวกัน ก็เป็นวิกฤตที่มีโอกาสในการพัฒนาบุคลากรขึ้นมา เพราะคนเก่งส่วนใหญ่จะอยู่ในอุตสาหกรรมอื่นๆ แต่ตอนนี้ ก็จะกลับมาทำอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์มากขึ้น

“ประเทศไทย ต้องหาโอกาสให้เจอ โดยส่วนตัวมองว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่จะได้คนเก่งจากภาคอุตสาหกรรมเข้ามา สมมติว่าเด็กจบใหม่อาจจะไปทำอุตสาหกรรมอื่น ก็หันเข้าหาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ นั่นก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมอเมริกา แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของประเทศไทย และการลำดับขั้นตอนให้เหมาะสมด้วย” รองผู้อำนวยการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซิป้า กล่าว

นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้ คาดการณ์ว่าน่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 10-15% ซึ่งเป็นเป้าการเติบโตที่ตั้งไว้ในปี 2553  ถ้าในประเทศเสียหายมาก เช่น ภาพยนตร์แอนิเมชั่น แต่ละครแอนิเมชั่นในโทรทัศน์ นับว่ายังมีความต้องการอยู่ เพราะคนอาจจะไม่ได้ไปโรงภาพยนตร์ แต่หันมาดูโทรมาดูโทรทัศน์มากขึ้น ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และโรงแรม แต่อุตสาหกรรมด้านไอที เอาท์ซอสซิ่ง ก็ยังเป็นกลุ่มที่เสียหายไม่มากนัก เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมดังกล่าว

รองผู้อำนวยการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซิป้า กล่าวอีกว่า แม้ว่าอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จะมีผลต่อการเติบโตของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี เพียงเล็กน้อย แต่ถ้าทำอย่างถูกวิธีก็อาจจะฉุดจีดีพีของประเทศขึ้นมาได้ โดยคาดการณ์ว่า ตลาดเกม และตลาดโมบาย น่าจะเติบโตขึ้น เนื่งจากคนส่วนใหญ่หันมาใช้บริการเพิ่มขึ้น ส่วนในแง่ความน่าเชื่อถือของต่างประเทศนั้น ประเมินว่า การรักษาพันธมิตรไว้ให้ได้สำคัญกว่า การดึงนักลงทุนมาเพิ่ม และบางประเทศก็ชะลอการเดินทางมาร่วมกิจกรรมในโครงการดิจอตอลมีเดียเอเชีย 2010 หรือ ดีเอ็มเอ 2010

นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวด้วยว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น คงต้องปรับแผนไอซีทีโดยองค์รวมทั้งหมด เพราะจากเดิมตั้งเป้าในช่วงสถานการณ์ปกติ ขณะเดียวกัน ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายเป็นตัวเลขได้ เพราะหน่วยงานราชการปิดทำการ โดยสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ มีกำหนดการประชุมเพี่อประเมินมูลค่าความเสียหายในวันที่ 24 พ.ค.2553

 

โพสโดย ข่าวไอที

/ ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 21 – 05 – 2553

Leave a Reply