ไอซีทีขีดเส้น 21 วันสางปมไทยคมควบสัมปทานมือถือ

นายจุติ ไกรฤกษ์
ไอซีที สั่งลุยปัญหาไทยคม พร้อมเร่งทีโอที-กสท เคลียร์สัมปทานมือถือภายใน 21 วัน ระบุ โดยส่วนตัวอยากได้คืน และอยากด่าคนที่ขายด้วย ขณะที่ นายกฯ เผยเป็นไปได้ที่ไทยจะขอซื้อดาวเทียมไทยคมคืนจากกลุ่มเทมาเส็ก หากพิจารณาด้านความมั่นคง…
เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวภายหลังการประชุมหน่วยงานในสังกัด และการเข้าพบสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการวันแรกที่กระทรวง ว่า นโยบายเบื้องต้นที่จะเร่งดำเนินการ คือ สร้างถนนไร้สาย ลดใช้กระดาษลง 30% ทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และให้หน่วยงานในสังกัดวางกรอบการดำเนินงานและนำเสนอผลงานทุก 4 เดือน เพื่อเป็นตัวชี้วัดการดำเนินงาน หลังจากที่ประเทศไทยมีถนนไร้ฝุ่นครอบคลุมเกือบทั่วประเทศแล้ว รัฐบาลยังต้องการให้มีถนนไร้สายทั่วประเทศเช่นเดียวกัน โดยกระทรวงไอซีทีได้มอบหมายให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ดำเนินการติดตั้งโครงข่ายไร้สาย โดยการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย หรือ ไวเลสบรอดแบนด์ ให้ครอบคลุมทุกตำบล ขณะที่โดยส่วนตัวแล้วอยากจะให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน แต่ก็ต้องใช้งบประมาณลงทุนที่สูงพอ และทีโอทีระบุว่าจะเริ่มทำได้ต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน ส่วนทาง กสท นั้นสามารถดำเนินการในเดือนหน้า แต่ถ้าหากจะให้เร็วกว่าที่เป็นอยู่อยากจะให้การควบรวมกิจการของ บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด สำเร็จลุล่วงก่อน
รมว.ไอซีที กล่าวต่อว่า กระทรวงไอซีทีจะให้ทั้ง 2 หน่วยงาน แข่งขันกันโดยการทดลองให้บริการไวเลส และไวไฟ ให้มีประสิทธิภาพ เพราะปัจจุบันในห้องประชุมสภา และห้องห้องนักข่าวแต่ละกระทรวงยังไม่มีประสิทธิภาพที่ดีพอ จึงอยากให้ทั้ง 2 หน่วยงานแข่งขันกัน โดยเบื้องต้น ทีโอที เสนอที่จะให้บริการ 1 เมกะบิต อยู่ที่ราคา 99 บาท/เดือน แต่โดยส่วนตัวอยากให้บริการ 4 เมกะบิต แต่อาจจะคิดในราคา 150 บาท/เดือน โดยทีโอทีขอต่อรองมาเป็น 2 เมกกะบิต แต่เรื่องดังกล่าวต้องปรึกษากับทางคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เพื่อหาแนวทางราคาที่เหมาะสมต่อไป ส่วนสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือซิป้า ให้ช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์ และเสนอแผนเพิ่มการใช้งานซอฟต์แวร์โดยไม่เสียค่าลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม หากซิป้าทำงานล่าช้า อาจะต้องว่าจ้างบริษัทเอกชนดำเนินงานแทน
สำหรับเรื่องของสัมปทานมือถือที่มีมูลค่าความเสียหายนั้น ขณะนี้ ได้ให้การบ้านคณะทำงานดำเนินการตามมาตรา 22 ของ ทีโอที และ กสท ไปสรุปผลภายใน 21 วัน และต้องมีคำตอบให้ชัดเจน ทั้งนี้ กระทรวงไอซีที จะติดตามทุกสัปดาห์ว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว โดย กสท ระบุว่าจะส่งข้อสรุปให้ภายในวันที่ 18 มิ.ย.53 ส่วนทีโอที ขอเวลาไม่เกิน 14 วัน เพื่อดูว่าทั้ง 2 ประเด็น ควรจะดำเนินการอย่างไร จากนั้น กระทรวงก็จะหารือ กับนายกรัฐมนตรีว่าจะต้องดำเนินการอะไรบ้าง แต่โดยส่วนตัวก็ทราบว่าภาคเอกชนก็เตรียมทนายไว้สู้กันอยู่แล้ว เช่นเดียวกับปัญหาสัญญาสัมปทานดาวเทียวไทยคม ที่ต้องทำสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมด รวมทั้งคำตอบที่ชัดเจนทุกเรื่องว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร โดยจะต้องส่งให้ไอซีทีภายใน 21 วันนับจากวันนี้ (14 มิ.ย.)
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรียังฝากให้กระทรวงไอซีที ดูแล 4 เรื่อง เป็นพิเศษ ได้แก่ 1. การทุจริต 2. การทำธุรกรรมการทางอิเล็กทรอนิกส์ 3. เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง และ 4. การจัดการปัญหาเกี่ยวกับสัญญาดาวเทียมไทยคมจากคำพิพากษาคดียึดทรัพย์อดีตนายกฯรัฐมนตรี
“กรณีปัญหาไทยคม เป็น 1 ใน 4 เรื่องหลักที่นายกฯ ฝากให้กระทรวงไอซีทีดูว่าจะดำเนินการอย่างไร ในฐานะเป็นคนไทย ก็อยากได้คืน เพราะวงโคจรเป็นของประเทศไทย จริงๆ อยากจะด่าคนขายด้วยซ้ำไป แต่ก็ต้องดูหลายองค์ประกอบ เพราะถ้าตอบเลยตอนนี้ว่าเป็นอย่างไร ก็เหมือนทำนายไพ่ยิบซี จากนี้ไปอีก 21 วัน ก็ต้องรอสรุปความชัดเจนกันก่อนแล้วค่อยดูว่าข้อเสนอเป็นอย่างไร ทั้งนี้ ต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับรัฐ แต่ก็ไม่ได้ไปรังแกเอกชน เพราะทุกอย่างทำตามข้อเท็จจริง” นายจุติ กล่าว
สำหรับเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน ที่เป็นปัญหานั้น กระทรวงไอซีทีมีศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต (ISOC) ทำหน้าที่เฝ้าระวังและดำเนินการปิดเว็บไซต์ไม่เหมาะสม โดยจะดึงศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชน ที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ ขณะนี้กว่า 300 แห่ง พร้อมขอความร่วมมือจากเยาวชนและประชาชนผู้ใช้ศูนย์ฯ เป็นอาสาสมัครให้ร่วมกันเป็นหูเป็นตาให้กับกระทรวงไอซีที หากพบเจอเว็บไซต์ที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน หรือบิดเบือนข้อเท็จจริง ให้แจ้งมายังกระทรวงไอซีที เพื่อปิดกั้น และดำเนินคดี พร้อมนำข้อมูลที่ถูกต้องจากการถูกบิดเบือนนำใส่ไปแทนที่ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อไป โดยจะดำเนินการภายในในวันที่ 31 ก.ค.53
สำหรับคณะกรรมการ(บอร์ด) บริหาร ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อาทิ ทีโอที กสท และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) และสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือซิป้า ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงบอร์ดนั้น จะต้องดูกันอีกครั้งว่าจะดำเนการอย่างไร อาจจะมีแนวทางออกมา 3 แนวทาง คือ ไม่เปลี่ยนเลย เปลี่ยน 4 คน และเปลี่ยนยกชุด ก็ได้
รายงานข่าวแจ้งว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง เจรจาขอซื้อดาวเทียมไทยคมคืนจากกลุ่มเทมาเส็ก เหตุผลหลักคือประโยชน์ด้านความมั่นคง โดยการพิจารณาซื้อ ต้องมีความโปร่งใสเรื่องราคา สมเหตุสมผล แต่ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องตัวเลข รวมถึงรูปแบบการบริหาร และสังกัดหน่วยงานที่จะเข้ามาบริหาร ทั้งนี้ เชื่อว่าโอกาสที่จะซื้อคืนมีความเป็นได้ เพราะในช่วงที่กลุ่มเทมาเส็กซื้อหุ้นจากบริษัทแม่ ไม่มีเจตนาที่จะซื้อดาวเทียม.
โพสโดย ข่าวไอที
/ ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 14 – 06 – 2553