blogger counters

ล็อกซเล่ย์ ลั่น MVNO พร้อมรับ 3G ดัน “i-KooL” สู้ศึก

เล็งเจาะกลุ่มองค์กร-ธุรกิจ ยึดหลัก M2M ให้บริการ ตั้งเป้าลูกค้า 3 หมื่นราย หวังธุรกิจโตควบคู่อุตสาหกรรมโทรคมฯ เชื่อคืนทุนภายใน 18 เดือน…

นายสุรช ล่ำซำ กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G บนเครือข่ายของทีโอที (Mobile Visual Network Operator หรือ MVNO) กล่าวว่า ขณะนี้ บริษัทฯ เตรียมให้บริการ MVNO ภายใต้แบรนด์ “i-KooL 3G” โดยเน้นการให้บริการเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูงแบบไร้สาย ภายใต้บริการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายแก่ลูกค้าทั่วไป จากการจำหน่ายซิมการ์ดเพื่อใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่อ 3G อาทิ แอร์การ์ด ยูเอสบี ดอนเกิล 3Gเราท์เตอร์/สวิทช์ และสมาร์ทโฟน ฯลฯ

กก.ผช.กก.ผจก.ใหญ่ บมจ.ล็อกซเล่ย์ กล่าวต่อว่า ส่วนอัตราการให้บริการ 3G ยังคงต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอที เป็นผู้สรุปและส่งราคามาให้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า บอร์ดจะสามารถสรุปราคาอย่างเป็นทางการได้ภายในวันนี้ (2 ธ.ค.) ขณะที่ ผู้ได้รับไลเซ่นส์ MVNO รายอื่น เช่น บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย , บ.365 คอมมูนิเคชั่น และบ.เอ็ม คอนเซ้าส์แทนต์ โดยส่วนตัวมองว่า แต่ละบริษัทจะมีการทำตลาด MVNO แตกต่างกันไปเพื่อป้องกันการแย่งลูกค้ากันเอง

นายสุรช กล่าวอีกว่า การทำตลาดภายในช่วง 3 เดือน นับจากวันที่ 3 ธันวาคม 2552 ที่เปิดให้บริการ 3G จะมีความชัดเจนมากขึ้น โดยบริษัทฯ จะเร่งสร้างความเช้าใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ด้วยงบประมาณในการลงทุนกว่า 40-50 ล้านบาท คาดว่า ภายในระยะเวลา 18 เดือน บริษัทฯ จะสามารถคืนทุน หรือมีลูกค้าถึง 30,000 ราย ไม่นับรวมอีก 100,000 เลขหมายที่บริษัทฯ ได้รับจากทีโอที โดยในเบื้องต้น ได้รับมาแล้ว 20,000 เลขหมาย ส่วนราคาค่าบริการอาจอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาท โดยมีทั้งแบบเติมเงินและรายเดือน

กก.ผช.กก.ผจก.ใหญ่ บมจ.ล็อกซเล่ย์ กล่าวด้วยว่า บริษัทฯ ไม่ได้หวังให้ธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจหลัก และไม่ได้คำนึงถึงรายได้มากนัก แต่มองว่า ธุรกิจ MVNO ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องตามอุตสาหกรรมโทรคมนาคม อาจส่งให้บริษัทฯ มีรายได้อยู่ที่หลักร้อยล้านบาทต่อปี โดยบริษัทฯ จะเน้นให้บริการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ M2M (Machine to Machine) พร้อมกำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบองค์กร อาทิ หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิต สถาบันการศึกษา หน่วยงานอิสระ และนิคมอุตสาหกรรม รวมถึง ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เนื่องจาก ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวต้องการแอพพลิเคชันเพื่อสนับสนุนการทำงาน

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ 2 ธันวาคม 2552

Leave a Reply