ฟรอสต์ฯคาดปี58ผู้ใช้โมบายล์อินเทอร์เน็ตไทยจะโต3เท่า

ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน เผย 4 ทิศทางและอนาคตของธุรกิจไอทีและโทรคมนาคมไทย ชี้ 4 ปัจจัย โซเชียลเน็ตเวิร์ก 3G/LTE คลาวด์คอมพิวติ้ง และการซื้อบริการซอฟต์แวร์ ขณะที่คาดการณ์ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านระบบโทรศัพท์มือถือโตขึ้น 3 เท่าในปี 2558 หากมีการให้บริการ 3จีเต็มรูปแบบ…
<br />นายนิธิน บัท หุ้นส่วนและหัวหน้าคณะที่ปรึกษา บริษัทฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการใช้งานบรอดแบรนด์น้อยกว่า 10% เพื่อให้สอดคล้องกับแผนด้านบรอดแบนด์ระดับชาติ การใช้งานของบรอดแบนด์ทั้งหมดควรอยู่ที่ 80% อินเทอร์เน็ตผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ หรือ โมบายล์อินเทอร์เน็ต จะเป็นตัวเพิ่มอัตราการใช้งาน โดยคาดการณ์ว่าการใช้งานโมบายล์อินเทอร์เน็ตจะโตขึ้น 3 เท่าในปี 2558
หุ้นส่วนและหัวหน้าคณะที่ปรึกษา บ.ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน กล่าวต่ออีกว่า คนไทยส่วนใหญ่ยังคงใช้บรอดแบนด์พื้นฐานในการค้นหาข้อมูล และใช้งานอินเทอร์เน็ต เนื่องจากมีความเร็วสูงและราคาที่ไม่แพง บรอดแบนด์พื้นฐาน จะยังคงเป็นทางเลือกในการเชื่อมต่อข้อมูลที่ยังคงได้รับความนิยมมากที่สุด เมื่อเทียบกับโทรศัพท์มือถือ จนกว่าระบบ3จีจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ ในปีนี้ ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตมือถือ ควรจะมีจำนวนมากกว่าผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตพื้นฐาน จากข้อจำกัดทางด้านโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการทั้ง ทีโอที กสท ทรู และ ทีทีแอนด์ที ที่มีการขยายเครือข่ายบางภูมิภาค และส่วนใหญ่อยู่ในย่านธุรกิจเท่านั้น
นายนิธิน กล่าวอีกว่า สำหรับแนวโน้มในอุตสาหกรรมไอซีที ปี 2555 นาย นิธิน บัท ได้ให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงแนวโน้มในอุตสาหกรรมไอซีที หลักๆ ที่เห็นได้ชัดจะมีด้วยกัน 4 อย่าง ได้แก่
1.การเปลี่ยนแปลงของโมเดลทางธุรกิจมือถือ ที่จะเข้าถึงผู้ใช้และกลุ่มธุรกิจเปลี่ยนมาใช้ประโยชน์จากระบบโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก
2. การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี 3จี/LTE จะเติบโต 2 เท่าทุก ๆ 3 ปี ส่วนเครือข่ายบรอดแบนด์ก็จะเติบโตในอัตราคงที่
3. การเปลี่ยนแปลงของตลาดธุรกิจจะเปลี่ยนมาซื้อบริการมากกว่าซื้อทรัพย์สิน การมาของคลาวด์คอมพิวติ้ง จะทำให้ธุรกิจหันมาซื้อบริการซอฟต์แวร์แบบระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง แทนการซื้อลิขสิทธิ์ และเครื่องเซิร์ฟเวอร์ แนวโน้มนี้จะขยายผลมาสู่การใช้บริการทั้งแพลตฟอร์มไปสู่การใช้บริการทั้งระบบ
และ 4. บริษัทขนาดเล็กจะมีข้อได้เปรียบมากขึ้นเมื่อเปลี่ยนไปสู่ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ด้วยเทคโนโลยีที่ดีขึ้น ทำให้การจัดซื้อข้ามชาติ หรือ การแบ่งส่วนงานกระจายไปสู่ประเทศต่างๆ ที่มีต้นทุนในการผลิต/ดำเนินการต่ำลง ที่แต่เดิมเป็นสิ่งที่บริษัทขนาดใหญ่เท่านั้นจึงจะทำได้ กลายเป็นสิ่งที่ธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าถึงได้ ทำให้ข้อได้เปรียบของบริษัทขนาดใหญ่เริ่มลดลง
นอกจากนี้บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ยังมีการประกาศผลรางวัล ฟรอสต์แอนด์ ซัลลิแวน อวอร์ด 2011 ที่เป็นรางวัลสำหรับสุดยอดบริษัทที่มีผลงานโดดเด่นในด้านที่มีความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจด้านต่างๆ อาทิ ความเป็นผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบริการลูกค้า และการพัฒนาสินค้าอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อยกย่อง และ เชิดชูเกียรติให้แก่บริษัทในประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
สำหรับรางวัล ฟรอสต์แอนด์ ซัลลิแวน อวอร์ด 2011 ประเภท เทคโนโลยีอุตสาหกรรม รางวัล 2011 Frost & Sullivan Thailand Welding Supplier of the Year ได้แก่ Panasonic Welding Systems ประเภทยานยนต์ รางวัล Automotive Component Manufacturer of the Year ได้แก่ AAPICO Hitech Public Co., Ltd และรางวัล Best Passenger Vehicle Debut Model of the Year ได้แก่ Nissan Motor Thailand for Nissan March
ส่วนรางวัลประเภทเทคโนโลยีการสื่อสาร รางวัลผู้ให้บริการดาด้าแห่งปี ได้แก่ True Internet Data Center รางวัล ผู้นำสมาร์โฟน ได้แก่ Black Berry จาก RIM รางวัลผู้จำหน่ายสมาร์ทโฟนแห่งปี ได้แก่ THAI Samsung ELECTRONICS รางวัลผู้ผลิตอุปกรณ์ไร้สายแห่งปี ได้แก่ Huawei Technologies รางวัล ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมแห่งปี ได้แก่ Huawei Technologies รางวัล ผู้ให้บริการบรอดแบร์นแห่งปี ได้แก่ Jasmine International Public Company Limited รางวัลผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแห่งปี ได้แก่ AIS และรางวัลผู้ให้บริการโทรคมนาคมแห่งปี ได้แก่ AIS
โพสโดย ข่าวไอที
/ ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 27 – 01 – 2555