blogger counters

ดีแทค ขีดเส้น กสท 2 สัปดาห์ ก่อนลงลึก 3จี

ภาคเอกชนคล้องแขนทุ่ม 12,800 ล้านประมูลไลเซ่นส์ 3จี เอไอเอส ขอคำตอบด้านธุรกิจ ด้านดีแทค ขอความชัดเจนก่อนตัดสินใจ ทรูมูฟ ออกตัวเบี้ยน้อย ติงราคาเริ่มต้นสูงเกินไป ขณะที่กทช. ยันราคาเริ่มเหมาะสมหลังโรดโชว์ตปท.มั่นใจเปิดประมูลได้ก.ย.53…

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวในงานสัมมนา 3.9จี มิติใหม่สื่อสารไทย ทางด่วนสู่ธุรกิจไฮสปีด ว่า เอไอเอสพร้อมจะเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต หรือไลเซ่นส์ 3จี ในเดือน ก.ย. 2553 แน่นอน แต่ต้องรอให้ กทช.มีความชัดเจน เพื่อจะได้ตอบคำถามเวลาไปโรดโชว์ต่างประเทศ และการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงต้องการแสดงศักยภาพให้ชัดเจนด้วย

ด้านนายธนา เธียรอัจริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ต้องการให้ 3จีเกิดโดยเร็ว และยอมรับว่าการประมูลไลเซ่นส์ 3จี ยังไม่สมบูรณ์ ถ้าในแง่ความเสี่ยงของผู้ลงทุน การเปิดประมูลครั้งนี้ เป็นเรื่องใหญ่และมีความเสี่ยงพอสมควรแต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท และยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าประมูลไล่เซ่นส์ 3 จีหรือไม่ เพราะไม่ใช่อำนาจการตัดสินใจของตน แต่คิดว่าเป็นข้อดีเพราะเป็นเทคโนโลยี และคอนเทนต์ใหม่

ส่วนกระแสข่าวที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT จะอนุญาตให้ ดีแทคเปิดบริการ 3จี ผ่านเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิร์ตซ์ เพื่อเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์นั้น หาก กสท อนุมัติภายใน 1-2 สัปดาห์ นับจากนี้ ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่ก็ต้องศึกษารายละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากการลงทุนในย่าน 850 เมกะเฮิร์ตซ์ นั้น จะใช้เงินลงทุนที่น้องกว่าคลื่น 2.1 กิกกะเฮิร์ซ ของ กทช

“บอกตรงๆ ตอนนี้ยังไม่อยากที่จะเชื่อข่าวที่ออกมา เพราะดีแทคเคยขออนุญาต กสท มา 2 ปีแล้ว และหากมองในส่วนของ กสท เองเขาจะพยายามปกป้องผลประโยชน์ให้กับองค์กร ทั้งนี้ คลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิร์ตซ ของ กสท นั้น จะแตกต่างจากคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ซ ของกทช. คือ ประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณจะไกลกว่า แต่จะมีข้อเสียสำหรับ คือ ดีแทคจะต้องส่งรายได้สัมปทานให้ กสท30% ส่วนข้อดีคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ซ ของ กทชนั้น จะเป็นคลื่นที่ทั่วโลกใช้อย่างแพร่หลาย แต่จะต้องใช้งบประมาณลงทุนที่สูงกว่า” นายธนา กล่าว

นายธัช บุษฏีกานต์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย บริษัท ทรู คอเปอร์เรชั่น จำกัด กล่าวว่า ความจำเป็นที่ต้องให้บริการต่อเนื่องกับลูกค้า ต้องยอมรับว่า ทรู เป็นผู้ให้บริการรายเล็กที่ยังเหลืออยู่ในตลาด ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีก็กำลังจะก้าวกระโดด แม้จะไม่เห็นด้วยกับ ราคาการประมูลที่เริ่มต้น 12,800 ล้านบาท เพราะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค และยังไม่เห็นด้วยกับสูตรเอ็นลบหนึ่ง เช่น หากผู้เข้าร่วมประมูลมา 3 ราย ก็จะให้ใบอนุญาตแค่ 2 ใบเท่านั้น แต่ก็ยอมรับว่าด้วยสภาพจำกัด และทรูมีลูกค้าที่ต้องดูแลอยู่ ดังนั้นการให้บริการ 3จี จึงเป็นทางออก เพื่อลดช่องว่างแต่ถ้าค่าประมูลแพงเกินไป การบริการ ก็จะเกิดเฉพาะเมืองหลวง และเมืองใหญ่ ไม่เข้าถึงชนบทแน่นอน

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในฐานะประธานคณะทำงาน 3จี  กล่าวว่า เรื่องของราคาใบอนุญาตที่เอกชนแย้งว่ามีราคาแพงเกินไปนั้น เป็นราคาที่เหมาะสมกับมูลค่าของคลื่นความถี่และเป็นราคามาตรฐานเมื่อเปรียบเทียบกับต่างชาติ เช่น จีนและญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการแปรสัญญาสัมปทานโครงข่ายโทรศัพท์ 2 จี ตามมติคณะรัฐมนตรี ว่า การแปรโครงข่าย 2จี ไม่เกี่ยวข้อง และไม่กระทบกับการประมูลใบอนุญาต 3จี แน่นอน เพราะเป็นเรื่องของเอกชนกับรัฐวิสาหกิจเจ้าของสัมปทานคือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ กสท ที่จะต้องจัดการกันให้เรียบร้อย หลังจากนั้น กทช.จึงจะมีหน้าที่นำคลื่นมาจัดสรรใหม่ในรูปแบบใบอนุญาต พร้อมและยืนยันว่าการประมูลใบอนุญาตโครงข่ายโทรศัพท์มือถือระบบ 3จี  จะมีเกิดขึ้นตามกำหนดเดิมในเดือน ก.ย. 2553 แน่นอน.

โพสโดย ข่าวไอที

/ ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 29 – 07 – 2553

Leave a Reply