ดีแทคหนุน 3.9จี ชี้เลิก’ออนเน็ต-ออฟเน็ต’กระทบกลไกตลาด

เผยยอดใช้ดาต้าพุ่งต่อเนื่อง ล่าสุด เปิดตัวซิมใหม่ ‘แฮปปี้อินเทอร์เน็ต’ เสริมยอดใช้บริการดาต้า ตั้งเป้าสิ้นปี 53 โกยลูกค้าแสนเลขหมาย …
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า จากช่วงวิกฤติทางการเมืองตลอดเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้การใช้งานผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อติดตามหรืออัพเดทข่าวสารเพิ่มขึ้น รวมถึงความนิยมโซเชียลเน็ตเวิร์กของผู้บริโภค ทำให้การใช้งานดาต้าบนเครือข่ายดีแทคในปัจจุบันมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟนและฟีเจอร์โฟนของดีแทคกว่า 4 ล้านคน จากลูกค้าทั้งหมด 20 ล้านคน เชื่อว่าภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 4.5 ล้านคน
ล่าสุด เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ายุคโซเชียลมีเดีย บริษัทฯ จึงเปิดตัว “แฮปปี้อินเทอร์เน็ต” ไม่มีเหมาจ่าย คิดค่าบริการ 25 สตางค์ต่อนาที ใช้งานอินเทอร์เน็ต 300 นาที ภายใน 30 วัน และรับวันใช้งานเพิ่มอีก 100 วันทุกครั้งที่เติมเงิน ด้วยค่าโทรนาทีละ 1 บาททุกเครือข่าย บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดจำหน่ายซิมแฮปปี้อินเทอร์เน็ตไว้ที่ 1 แสนเลขหมายภายในสิ้นปี 2553 จากกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ต้องการใช้บริการดาต้า โดยขณะนี้ ดีแทคมีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย หรือ อาปู้ (Average Revenue Per User : ARPU) บริการดาต้าอยู่ที่ 20 ชั่วโมงต่อเดือน และอาปู้การใช้โทรศัพท์เฉลี่ย 150-160 นาทีต่อเดือน จากกระแสความนิยมในการใช้งานอีเมล์ โซเชียลเน็ตเวิร์ก และเบราเซอร์ ผ่านอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา มียอดการใช้ดาต้าสูงขึ้นถึง 4% โดยเฉพาะช่วง 19.30 น. ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงลงทุนระบบเน็ตเวิร์กอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาศักยภาพและคุณภาพบริการอินเทอร์เน็ตของดีแทค ส่วนจำนวนลูกค้าที่ใช้ไอโฟนและแบล็คเบอร์รี่ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีจำนวนรวมกว่า 300,000 ราย
ด้านนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์องค์กร ของดีแทค กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีมติให้กำหนดค่าบริการโทรศัพท์ภายในเครือข่ายและนอกเครือข่าย (ออนเน็ตและออฟเน็ต) ราคาเดียวกันว่า การยกเลิกโปรโมชันออนเอ็ต-ออฟเน็ตถือเป็นการยกเลิกเครื่องมือที่ทำให้เกิดกลไกการแข่งขัน โดยอาจส่งผลให้ผู้ให้บริการเครือข่าย (โอปอเรเตอร์) รายใหญ่ได้เปรียบมากกว่ารายเล็ก ตนเห็นว่า กทช. สมควรเปิดโอกาสให้มีการทำโปรโมชันได้บ้าง เพื่อสร้างการแข่งขันในตลาดและความยืดหยุ่นแก่ลูกค้า
ส่วนประเด็นที่ กทช. เตรียมอัพเกรดเทคโนโลยี 3จี เป็น 3.9จี นั้นถือเป็นเรื่องดีที่ควรสนับสนุนให้เกิดขึ้นโดยเร็ว และควรเร่งให้เกิดก่อนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งหากรอ กสทช. อาจต้องเสียเวลาศึกษารายละเอียด ทำให้ต้องเสียเวลาและล่าช้าไปอีกนาน ส่วนการกำหนดราคาประมูลนั้น เชื่อว่าจะเป็นไปตามกลไกการเปิดประมูลไลเซนส์แม้ กทช. จะตั้งราคาประมูลไว้สูงหรือต่ำ แต่ทั้งนี้ กทช. ควรพิจารณาอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และถูกกฎหมาย.
โพสโดย ข่าวไอที
/ ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 01 – 06 – 2553