ดาวเทียมไทยคม 2 ไร้ข้อสรุป รอผลกลางปี 53

อยู่ระหว่างศึกษาว่าจะเช่าดาวเทียมต่างประเทศหรือซื้อช่องสัญญาณดาวเทียมแทน ชี้ไม่มีแผนสร้างดาวเทียมดวงใหม่ เหตุต้นทุนสูง ขณะที่ผลประกอบการทำกำไร…
นายธนฑิต เจริญจันทร์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายการเงินและการบัญชี บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความคืบหน้ากรณีที่ดาวเทียมไทยคม 2 จะปลดระวางในช่วงกลางปี 2553 นั้นบริษัทฯ กำลัง อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลว่าจะเช่าดาวเทียมจากต่างประเทศ หรือซื้อช่องสัญญาณของดาวเทียมที่มีว่างอยู่ในวงโคจร ทั้งนี้ จะไม่มีการลงทุนสร้างดาวเทียมดวงใหม่แน่นอน เนื่องจากต้นทุนอย่างต่ำต้องใช้ประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะได้ข้อสรุปช่วงกลางปี 2553 หรือกลางปีหน้า ขณะเดียวกัน บริษัทจะพิจารณาความต้องการใช้ไทยคม2 ของลูกค้าที่จะมีต่อเนื่องหรือไม่
รองกก.ผอ.สายการเงินและการบัญชี บ.ไทยคม กล่าวต่อว่า ปัญหาการเจรจากับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปนั้น มองว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นกับลูกค้าที่จะซื้อช่องสัญญาณของบริษัทฯ และไม่ได้เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญใด แต่เป็นการมองที่การบริการมากกว่า
นายธนฑิต กล่าวอีกว่า ปี 2552 บริษัทมีผลประกอบการ เชื่อว่าจะพลิกมีกำไรสุทธิได้อย่างแน่นอน โดยปัจจัยหลักจะมาจากการรับรู้รายได้ ดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ที่จะมีการลงนามให้บริการในประเทศอินเดีย โดยจะเริ่มรับรู้รายได้ทันทีไตรมาส 4/2552 จากเดิมที่มีกำหนดว่า น่าจะได้ข้อสรุปในไตรมาส 3 แต่รายละเอียดปลีกย่อยสัญญาค่อยข้างมาก
“ตอนนี้ความร่วมมือกับอินเดียเสร็จหมดแล้ว เหลือแต่ข้อตกลงในสัญญาเพียงเล็กน้อย โดยจะน่าเริ่มให้บริการได้ช่วงปลายเดือนก.ย.2552 ก็จะเริ่มบุ๊คเป็นQ4 ช้า กว่าเดิมนึดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรเพราะจะรับรู้รายได้ทันที ส่วนงบรวมปีนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะมีกำไรแน่นอน เพราะไตรมาส 3-4 รายได้จะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และเชื่อว่าธุรกิจไอพีสตาร์จะถึงจุดคุ้มทุน ด้วยหลังจากที่ลงทุนไปแล้ว 400 ล้านเหรียญสหรัฐ” รองกก.ผอ.สายการเงินและการบัญชี บ.ไทยคม กล่าว
นายธนฑิต กล่าวด้วยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2552 ของบริษัท มีกำไรสุทธิ 199 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.18 บาท หลังจากที่ไตรมาสแรกขาดทุนสุทธิ 220 ล้านบาท และช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขาดทุนสุทธิ 282 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการขายและบริการในไตรมาสนี้ ทำได้ 1,753 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาส 2/2551 เนื่องจากการเติบโตธุรกิจดาวเทียม และธุรกิจโทรศัพท์มือถือในกัมพูชา และลาว
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ 14 สิงหาคม 2552