blogger counters

จัสเทลย้ำศักยภาพไทย พร้อมดันเป็นไอซีทีฮับ

อ้อนภาครัฐสนับสนุนเปิดเสรีเคเบิลใต้น้ำ ชี้ตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงขยายตัวต่อเนื่อง มั่นใจเทคโนโลยีและบริการใหม่ ช่วยโกยรายได้และส่วนแบ่งตลาดให้องค์กร…

นายสมชาย ตรีรัตนนุกูล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด กล่าวว่า กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจโทรคมนาคมของบริษัทฯ ประกอบกับการมีพันธมิตรทางการค้าระดับโลกหลายราย ทำให้จัสเทลสามารถจัดแผนที่ยุทธศาสตร์สำหรับธุรกิจภายในประเทศไทยในระยะ 5 ปีได้อย่างชัดเจน อาทิ ความต้องการแบนด์วิธ แนวโน้มราคา รูปแบบบริการ และเทคโนโลยี รวถึง แผนที่ยุทธศาสตร์ในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีสารสนเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบัน แบนด์วิธระหว่างประเทศของไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 2 เท่าตัวทุกปี ขณะที่ ราคาแบนด์วิธต่อ Mbps ลดลง 5 เท่าตัวในระยะเวลา 3 ปี นอกจากนี้ ยังมีการขยายเส้นทางออกไปยังต่างประเทศ 3-4 เส้นทาง เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและทางเลือกออกต่างประเทศได้มากขึ้น รวมถึง การพัฒนาเทคโนโลยีและบริการใหม่ๆ ส่งผลให้คนไทยสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและบริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศในอัตราที่ต่ำลง

ผู้จัดการทั่วไป บ.จัสเทล เน็ทเวิร์ค กล่าวต่อว่า ขณะนี้ จัสเทลกำลังดำเนินการสร้างโครงข่ายเกตเวย์เชื่อมโยงกับประเทศกัมพูชา โดยจะเปิดให้บริการภายใน 3-4 เดือนนี้ ส่วนโครงข่ายในประเทศลาวและพม่า คาดว่า จะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2553 ด้านการแต่งตั้งให้ตึกจัสมินฯ เป็นศูนย์กลางด้านไอซีทีของ กทม. นั้น ปัจจุบัน มีความพร้อมเป็นอย่างมาก เนื่องจาก จัสเทลมีแบนด์วิธเชื่อมต่อโดยตรงจากอาคารจัสมินไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยความเร็ว 5 Gbps ยุโรป 622 Mbps สิงคโปร์ 5 Gbps ญี่ปุ่น 1.2 Gbps ไต้หวัน 1.2 Gbps และฮ่องกง 1.2 Gbps นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนเชื่อมโยงโครงข่ายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก เฉลี่ยเดือนละ 622 Mpbs อีกด้วย

นายสมชาย กล่าวอีกว่า ขณะนี้ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้มีมติเปิดเสรีโครงการเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ โดยจัสเทลอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน เชื่อว่า หากรัฐบาลและกทช. ให้การส่งเสริมและสนับสนุน เปิดเสรีโครงการดังกล่าว จะส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้านไอซีทีประจำภูมิภาคฯ ได้อย่างแน่นอน โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2552 บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายเกตเวย์ เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึง บริการ 3G และ Wi-Max ในช่วงต้นปี 2553 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมพัฒนาบริการและดำเนินกิจกรรมการตลาดร่วมกับพันธมิตรทางการค้าในต่างประเทศ อาทิ การรุกตลาด Global Tier-1 IP Service ร่วมกับ TATA Communications และรุกตลาดสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง (Global IP-VPN) ร่วมกับ SingTel และพันธมิตรรายอื่น เป็นต้น

ด้าน  นายวิทยา ลักษวุธ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด กล่าวถึงผลประกอบการช่วงครึ่งแรกของปี 2552 ว่า ตลาดเกตเวย์ระหว่างประเทศในปัจจุบันมีมูลค่า 4,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตประมาณ 10-15% ต่อปี จัสเทลมีส่วนแบ่งประมาณ 20% ภายใต้อัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2550 บริษัทฯ มีรายได้ 80 ล้านบาท ปี 2551 มีรายได้ 380 ล้านบาท และในปี 2552 นี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 680 ล้านบาท จากผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 1/2552 บริษัทฯ มีรายได้เติบโตขึ้น 65% เมื่อเทียบเท่ากับไตรมาสที่ผ่านมา ส่วนไตรมาสที่ 2/2552 มีรายได้เติบโตขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1/2552 เชื่อว่า ภายในช่วงสิ้นปี 2552 บริษัทฯ จะมีรายได้มากกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้เล็กน้อย เนื่องจาก การขยายตัวของตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการขยายบริการใหม่ Global IP-VPN และ IDC ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้น

ที่มา  ไทยรัฐออนไลน์  3 กรกฎาคม 2552

Leave a Reply