กทช.เต้นสั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เร่งหารือร่วมกับหน่วยงานต่างๆ กว่า 12 ราย ผุดมาตรการป้องปราม 3 มาตรการ และมาตรการปราบปรามอีก 2 มาตรการ หวังรวบกลุ่มมิจฉาชีพ มั่นใจมีคอลเซ็นเตอร์ลวงเหยื่อไม่เกิน 2 แห่ง เผยยอดร้องเรียนผ่าน ธปท. พุ่ง 1,600 ราย…
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดเผยว่า วานนี้ (3 ส.ค.) กทช. ได้ร่วมหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ตำรวจท่องเที่ยว และผู้ประกอบการวงจรเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (อินเทอร์เน็ตเกตเวย์) จำนวน 12 ราย เพื่อกำหนดแนวทางการป้อมปรามและปราบปรามมิจฉาชีพฉ้อโกงผ่านโทรศัพท์ โดยกำหนดแนวทางป้องปราม 3 มาตรการ ได้แก่ 1.ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ช่วยประชาสัมพันธ์ไปยังลูกค้าในระบบรับทราบภัยดังกล่าวผ่านระบบ SMS โดย กทช.จะทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการดังกล่าวโดยเร็ว 2.เปิดช่องทางประชาสัมพันธ์และแจ้งเหตุผ่านคอลเซ็นเตอร์ 1200 ของสถาบันคุ้นครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) หรือที่ 1135 และ 1155 ของสำนักงานตำรวจฯ 3.ขอความร่วมมือไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ หากพบมีปริมาณการใช้งาน (ทราฟฟิก) จำนวนมากเกินปกติให้แจ้งต่อ นายแพทย์ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสบท. เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับตำรวจเพื่อสืบสวนจับกุมต่อไป
ทั้งนี้ ยังมีมาตรการปราบปราม 2 มาตราการ คือ 1.เมื่อมีการร้องเรียนเข้ามาตำรวจสอบสวนกลางจะเร่งรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนิกคดีทัน และ 2.เมื่อมีผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ อินเทอร์เน็ต หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ แจ้งว่าพบการส่งทราฟฟิกจำนวนมากผิดสังเกต ก็สามารถประสานงานมายังผอ.สบท. หรือตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อรวบรวมข้อมูลดำเนินคดีโดยเร็ว จากข้อจำกัดในการจับกุมที่ผ่านมา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับกุมได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเหล่ามิจฉาชีพมีความรวดเร็วในการทำงาน ทั้งยังมีคอลเซ็นเตอร์ตั้งอยู่ต่างประเทศ ทำให้ไม่สามารถติดตามที่ตั้งได้อย่างชัดเจน คาดว่าความร่วมมือกับผู้ให้บริการครั้งนี้จะช่วยให้ทราบที่ตั้งของมิฉาชีพอย่างชัดเจนและง่ายต่อการจับกุม
“ปัจจุบันขบวนการดังกล่าวกระทำความผิดร่วมกันเป็นทีมงานทั้งในและต่างประเทศ สิ่งสำคัญคือการหยุดศูนย์คอลเซ็นเตอร์ใหญ่ ซึ่งเชื่อว่ามีเพียง 1-2 ศูนย์เท่านั้นที่สร้างความปั่นป่วนให้กับคนไทยได้จำนวนมาก โดยที่ผ่านมามีตัวเลขร้องเรียนผ่าน ธปท. (ธนาคารแห่งประเทศไทย) ถึง 1,600 ราย” นายฐากร กล่าว
นายฐากร กล่าวอีกว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะมีการนำเสนอแผนการจัดระเบียบผู้ประกอบการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต VoIP จำนวน 200 ราย ให้คณะกรรมการพิจารณาคู่ขนานกับการวางมาตราการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงดังกล่าว พร้อมเชิญผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายย่อย และผู้ให้บริการ VoIP เข้าพบเพื่อหาแนวทางความร่วมมือเรื่องการฉ้อโกงผ่านโทรศัพท์อีกครั้ง
ด้าน พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รอง ผบช.ก กล่าวว่า มูลค่าความเสียหายจากการฉ้อโกงของกลุ่มมิจฉาชีพในปัจจุบันอาจสูงกว่าปี 2551 ที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท เนื่องจากมิจฉาชีพมีความชำนาญในการสุ่มตัวหาผู้มีฐานะและมีหลายบัญชี โดยเบื้องต้นจะหลอกลวงว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต หากตรวจสอบพบไม่มีหนี้ก็จะหลอกผู้อื่นและแอบอ้างใช้บัตรจนบัญชีถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อายัดไว้ เมื่อเหยื่อทำการปลดล็อกอายัดผ่านตู้เอทีเอ็ท จึงเป็นขั้นตอนที่เปิดโอกาสให้มิจฉาชีพหลอกดึงเงินจากทุกบัญชี.
โพสโดย ข่าวไอที
/ ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 03 – 08 – 2553