กทช.ลุยไวแมกซ์ พร้อมเจรจาทีโอทีคืนคลื่น

พ.อ.นที ศุกลรัตน์
กทช. เดินหน้าเปิดประชาพิจารณ์ไวแมกซ์ ก.ค. 53 หลังโฟกัสกรุ๊ป เล็งใช้คลื่น 2.3 เมกะเฮิร์ตซ ระบุคลื่นทีโอทีมีมาก ควรคืนก่อนโดนยึด ขณะที่ ทีโอที ค้านคืนยาก เพราะคนใช้งานอยู่…
วันที่ 11 มิ.ย. 53 พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. กล่าวว่า การประชุมรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม หรือ โฟกัสกรุ๊ป เรื่องแนวทางการอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารความเร็วสูง ด้วยเทคโนโลยีไร้สาย (Broadband Wireless Access : BWA) หรือ ไวแม็กซ์ 2.3 เมกะเฮิร์ตซนั้น เบื้องต้นเอกชนได้มีข้อคิดเห็นเล็กน้อย เรื่องระยะเวลาการประกอบกิจการ ที่ต้องการให้ขยายเวลามากขึ้น ขณะเดียวกันเทคโนโลยีไวแมกซ์ แอลทีอี ที่สามารถนำมาใช้ในคลื่นความถี่ดังกล่าวยังเป็นเทคโนโลยีที่แข่งกัน
กรรมการ กทช. กล่าวต่อว่า ข้อเสนอแนะดังกล่าว จะถูกนำไปจัดทำรายละเอียด เพื่อเสนอให้บอร์ดพิจารณาเพิ่มเติม โดยวางแผนว่า จะเปิดรับฟังความคิดเห็นทางสาธารณะได้ ช่วงเดือน ก.ค. 2553 และจะเชิญชวนและเปิดรับคำขอรับการอนุญาต ภายในเดือน ส.ค. 2553 และคาดการณ์ว่า จะได้ผู้ได้รับใบอนุญาตภายในเดือน ก.ย. หลังจากปีแรกของการให้บริการคาดอินเทอร์เน็ตครอบคลุม 25 %
พ.อ.นที กล่าวอีกว่า กรณีที่ กทช. ได้กำหนดให้หน่วยงานใดก็ตาม ที่ถือครองคลื่นในช่วงดังกล่าว มากกว่า 30 เมกะเฮิร์ตซ นั้นให้คืนคลื่นส่วนที่เหลือ เพื่อที่ กทช. จะได้นำไปจัดสรรต่อไป หรืออีกแนวทางให้ผู้ที่มีคลื่นความถี่บริหารจัดการโอนคลื่นดังกล่าว เนื่องจากต้องการกระตุ้นให้นำคลื่นไปใช้งานให้เร็วที่สุด และหากดำเนินการด้วยการยึดคลื่น ก็เกรงว่าต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ก็ต้องใช้ระยะเวลา 3-5 ปี ขณะเดียวกัน บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มีอยู่กว่า 60 เมกะเฮิร์ตซ ต้องโอนให้ผู้ประกอบการรายอื่น พร้อมรับเงินค่าคลื่นตามเหมาะสม หรือคืนคลื่นให้ กทช. เพื่อทำการจัดสรรใหม่ และทีโอทีจะได้รับเงินชดเชย
“การโอนคลื่นของผู้ให้บริการ ที่ถือคลื่นเกินที่ กทช. กำหนด ต้องดูว่าเกิดการแข่งขันหรือไม่ ทั้งนี้ ทีโอทีไม่ต้องเป็นห่วงว่า จะมีให้บริการประชาชนอยู่ เพราะบริการเดิมสามารถรับจัดสรรคลื่นใหม่ไปให้บริการได้ หรือผู้ประกอบการรายใหม่ ที่รับคลื่น 2.3 ไป กทช. จะกำหนดให้ต้องให้บริการเดิมในพื้นที่เดิมด้วย ถือเป็นเรื่องการให้บริการทั่วถึง หรือยูเอสโอ แต่ กทช. ไม่อยากยึดคลื่นคืน เพราะจะทำให้มีเรื่องฟ้องร้องกันยาว” กรรมการ กทช. กล่าว
แหล่งข่าวจากทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีใช้คลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิร์ตซ ให้บริการโทรศัพท์สาธารณะประชาชน ในพื้นที่ห่างไกลประมาณ 6.5 หมื่นแห่ง มีรายได้ประมาณ 230 บาทต่อเดือนต่อเลขหมาย ถ้าเอาคลื่นคืนประชาชนจะทำอย่างไร และการจะเปลี่ยนคลื่นความถี่อื่นมาแทน ก็ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ด้วย โดยคาดว่า ต้องใช้งบประมาณ 2 พันล้านบาท กทช. จะยอมจ่ายชดเชยให้ทีโอทีหรือไม่
นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการสายงานบริการมัลติมีเดียและการตลาด บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กทช.ควรกำหนดการลงทุน BWA เป็นพื้นที่ ไม่ใช่ในลักษณะการลงทุนทั่วประเทศ เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะเกิดการใช้งาน รวมถึงเครื่องลูกข่ายที่รองรับยังมีจำนวนไม่มาก ทั้งนี้หากจะทำให้คลื่นไม่ได้ถูกนำไปใช้งานเหมือนอย่างที่ตั้งใจ
โพสโดย ข่าวไอที
/ ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 11 – 06 – 2553