กทช. : ย้ำ10 มี.ค.หมดสิทธิ์ขอใบอนุญาตเคเบิลทีวี

ปธ.คณะทำงานด้านกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ฯ เตือนเคเบิ้ลทีวีเร่งขอใบอนุญาตภายใน 10 มี.ค.ก่อนหมดเขต 120 วัน พร้อมเตรียมออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการที่มีอยู่ทั่วประเทศพ.ค.53…
นายต่อพงศ์ เสลานนท์ ประธานคณะทำงานด้านกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ในคณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า หลังจากที่ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ (กิจการโทรทัศน์ที่มีการบอกรับสมาชิก) หรือเคเบิล ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 10 พ.ย. 2552 ที่ผ่านมานั้น ได้มีผู้ประกอบกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ทยอยยื่นความประสงค์ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการฯ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยบทเฉพาะประกาศฯ ได้กำหนดให้ผู้ที่ให้บริการกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ ให้ยื่นความประสงค์ เพื่อดำเนินการขอรับใบอนุญาตต่อคณะกรรมการ ภายใน 120 วัน โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 10 มี.ค.2553
หากผู้ให้บริการกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ที่มีการดำเนินงานอยู่ในระหว่างวันที่ประกาศ และมีผลบังคับใช้ ไม่มายื่นขอรับใบอนุญาตภายในระยะเวลากำหนดตามประกาศฯ จะส่งผลกระทบต่อสถานะการของผู้ประกอบกิจการฯ เอง แต่ถ้ามายื่นภายในกำหนดระยะเวลา จะได้สิทธิ์ในการทดลองให้บริการตามบทเฉพาะการของประกาศฯ จึงขอให้ผู้ให้บริการกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ เร่งดำเนินการยื่นความประสงค์ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการฯ ภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ในการดำเนินการเคเบิลได้
นายต่อพงศ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ มีผู้ยื่นความประสงค์ เพื่อขอรับใบอนุญาตมากกว่า 300 รายแล้ว โดยอยู่ในขั้นตอนการขอเอกสารเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน คณะทำงานฯ กำลังเตรียมการพิจารณาคำขอใบอนุญาต เพื่อส่งข้อพิจารณาต่อไปยังอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และจะส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อพิจารณาออกใบอนุญาตต่อไป โดยคณะทำงานฯ คาดว่าจะสามารถออกใบอนุญาตฉบับแรกได้ภายในเดือนพ.ค.2553 นี้
สำหรับผู้ประกอบกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่สามารถดาวน์โหลดแบบยื่นความประสงค์เพื่อดำเนินการขอรับใบอนุญาตได้ทางเว็บไซต์ของ กทช. (www.ntc.or.th) และสามารถยื่นแบบความประสงค์ด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ที่สำนักงาน กทช. เลขที่ 87 ซอยพหลโยธิน 8 (สายลม) สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400 และสามารถสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยื่นความประสงค์ดังกล่าวได้ที่ โทร. 0 2271 0151 ต่อ 882-3
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ 4 มีนาคม 2553