blogger counters

กทค. แจงมาตรา 46 พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ฯ


กทค.วางแนวทางปฏิบัติ มาตรา 46 การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนโครงข่ายเสมือน ระบุสามารถทำได้ หากไม่มอบการบริหารจัดการคลื่นความถี่ให้แก่ผู้อื่น…

นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกฎหมาย ในฐานะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า คณะกรรมการ กทค. ในการประชุม ครั้งที่  4/2555  เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2555 มีมติเห็นชอบผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษามาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการข้างต้นได้เสนอความเห็นเกี่ยวกับการตีความและแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับมาตรา 46 ว่า มาตรา 46 บังคับใช้กับการประกอบกิจการที่ใช้คลื่นความถี่เท่านั้นและความหมายของคำว่า “ประกอบกิจการ” ตามมาตรา 46 วรรคสอง หมายถึงการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยตรง ทั้งยังหมายถึงการดำเนินการในส่วนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการประกอบกิจการ ซึ่งหมายถึงการใช้งานคลื่นความถี่ ดังนั้นการตีความคำว่า “บริหารจัดการทั้งหมดหรือบางส่วนด้วยตนเอง” จึงอยู่บนพื้นฐานหลักการที่ว่า ผู้รับใบอนุญาตจะต้องสามารถควบคุมการใช้งานคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการประกอบกิจการได้ และจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำต่างๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับคลื่นความถี่ด้วย การมอบให้ผู้อื่นบริหารจัดการคลื่นความถี่ในลักษณะควบคุมทั้งหมดหรือบางส่วนจึงต้องห้ามตามกฎหมาย

กรรมการ กสทช. กล่าวต่อว่า เมื่อแบ่งกระบวนการประกอบกิจการ 8 ลักษณะคือ Radio Network , Interconnection/Roaming , Switching , Network Capacity Service , Application Platform , Billing System , Marketing  และ Sale แล้ว หากผู้ได้รับอนุญาตในส่วนของ Radio Network ไปมอบการบริหารจัดการคลื่นความถี่ทั้งหมด หรือบางส่วนให้แก่ผู้อื่นก็จะต้องห้าม ส่วนการมอบหมายให้ผู้อื่นประกอบกิจการส่วนอื่น เช่น Billing System , Marketing และ Sale สามารถกระทำได้

นายสุทธิพล กล่าวอีกว่า แนวการตีความ และข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมฯ ทำให้ปัญหาการบังคับใช้มาตรา 46 เกิดความชัดเจนในระดับหนึ่ง และจะช่วยให้เกิดการแข่งขันทางการค้าที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค โดย กทค.จะใช้เป็นแนวทางประกอบการใช้ดุลพินิจในการพิจารณาออกใบอนุญาตในส่วนการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้อง นับว่าคณะอนุกรรมการชุดนี้เสร็จสิ้นภารกิจที่ กสทช.กำหนดไว้ คือ 30 วัน ขณะที่ ทางสำนักงาน กสทช.จะได้นำแนวทางดังกล่าวไปจัดทำหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขประกอบการออกใบอนุญาตให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นต่อไป

ส่วนกรณีสัญญาโครงการ 3 จี ระหว่างบริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กับบริษัท ทรู คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่นอกกรอบภารกิจของคณะอนุกรรมการข้างต้น รวมทั้ง มีข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายนอกเหนือประเด็นของมาตรา 46 นั้น เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพื่อให้เกิดความรอบคอบ และเกิดประสิทธิภาพในการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ที่ประชุม กทค.ได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช.ไปรวบรวมข้อมูลทั้งในส่วนของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย รวมทั้งข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของบอร์ดเพื่อนำเสนอที่ประชุม กทค.ในนัดต่อไป ซึ่งหากจำเป็นจะต้องตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาศึกษาในเรื่องนี้ ก็ควรจะต้องพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีความเหมาะสมเป็นคณะอนุกรรมการ พร้อมควรกำหนดกรอบอำนาจหน้าที่ ประเด็นที่จะให้คณะอนุกรรมการศึกษาวิเคราะห์ รวมทั้งกรอบเวลาการทำงานให้ชัดเจนก่อน.

 

โพสโดย ข่าวไอที

/ ที่มาของข่าว : ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 04 – 02 – 2555

Leave a Reply